ความเป็นมาอำเภอท่าอุเทน

อำเภอท่าอุเทนเป็นอำเภอหนึ่ง ในจังหวัดนครพนม มีอาณาเขตติดกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้ ทิศเหนือ และ ทิศตะวันออก ติดกับแขวงคำม่วน (สปป.ลาว) โดยมีแม่น้ำโขงคั่น , ทิศใต้ ติดกับอำเภอเมืองนครพนมและอำเภอโพนสวรรค์ ,ทิศตะวันตก ติดกับอำเภอศรีสงคราม และอำเภอบ้านแพง และแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 9 ตำบล 111 หมู่บ้าน

ประวัติความเป็นมาของอำเภอท่าอุเทนนั้น ชาวเมืองท่าอุเทน เดิมมีถิ่นฐานอยู่ที่เมืองหงสาวดี แขวงไชยบุรี ดินแดนลาวในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2351 หัวหน้าชาวไทยญ้อ ชื่อ ท้าวหม้อและภรรยาชื่อนางสุนันทา ได้รวบรวมผู้คนมาสร้างเมืองใหม่ชื่อเมือง “ไชยสุทธิ์อุตตมบุรี” (ปัจจุบัน คือ ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน) เจ้าผู้ครองนครเวียง-จันทร์ได้ตั้งให้ท้าวหม้อเป็นพระยาหงสาวดีและท้าวเล็กน้องชายท้าวหม้อเป็นอุปฮาดวังหน้า ท้าวหม้อมีบุตรชายคนโตชื่อท้าวโสม

พ.ศ. 2357 ได้สร้างวัดศรีสุนันทามหาอาราม ต่อมาเรียกว่า วัดไตรภูมิ ซึ่งได้พบหลักศิลาจารึกในวัดนี้ แปลออกมาได้ความว่า พระศาสนาพุทธเจ้าล่วงลับไปแล้ว 2357 พรรษา พระเจ้าหงสาวดี ทั้งสองพี่น้องได้มาตั้งเมืองในที่นี่ว่า ไชยสุทธิ์อุตตมบุรี ในปี จอ ฉศก ตรงกับ ปีกาบเล็ด ในเดือน 4 แรม 11 ค่ำ วันอังคาร

ภายนอกมีอาญาเจ้าวังหน้าเสนาอำมาตย์สิบร้อยน้อยใหญ่ ภายในมีเจ้าครูพุทธา และเจ้าซาดวงแก้ว เจ้าซาบา เจ้าซาสา เจ้าสีธัมมา เจ้าสมเด็จพุทธาและพระสงฆ์สามเณรทุกพระองค์พร้อมกันมักใคร่ตั้งใจไว้ยังพุทธศาสนาจึงให้นามวัดนี้ว่า “วัดศรีสุนันทามหาอาราม” ตามพุทธบัญญัติสมเด็จพระพุทธองค์จึ่งมีจิตตั้งไว้ในพระพุทธศาสนา สำเร็จในปีกดสี เดือน 5 เพ็ญวันจันทร์ มื้อฮวงมด ขอให้ตามคำมักคำปรารถนาแห่งฝูงเข้าทั้งหลายเทอญ

พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์เป็นขบถต่อกรุงเทพฯ ได้กวาดต้อนผู้คนไปอยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ตั้งเมืองใหม่ชื่อ เมืองหลวงปุงเลง หรือ ปุงเลิง ทิ้งเมืองไชยสุทธิ์อุตตมบุรีเป้นเมืองร้าง ต่อมาได้สวามิภักดิ์ต่อเจ้าแผ่นดินญวน คือ เจ้าฟ้าสามกวนหลวง จึงแต่งตั้งให้ท้าวพระปทุมเป็นเจ้าเมืองปุงเลงแทน และให้ท้าวจารย์ญาเป็นอุปฮาด ท้าวจันทร์ศรีสุราช(โสม) เป็นราชวงศ์ และท้าวปุเป็นราชบุตร

พ.ศ. 2373 พระยาบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แม่ทัพไทยยกทัพมาปราบขบถเจ้าอนุวงศ์ ให้พระยาวิชิตสงครามตั้งทัพอยู่ที่นครพนม ให้ราชวงศ์(แสน) จากเมืองเขมราช ท้าวขัตติยะ กรมการเมืองอุบลราชธานี และท้าวสีลา คุมไพร่พลไปตั้งอยู่เมืองไชยสุทธิ์อุตตมบุรีซึ่งเป็นเมืองร้าง เมื่อปราบขบถจนราบคาบแล้วเจ้าพระยาบดินทร์เดชาจึงได้ขอปูนบำเหน็จให้ราชวงศ์(แสน) เป็นพระยาไชยราชวงษา ครองเมืองไชยบุรี (เมืองไชยสุทธิ์อุตตมบุรี)

พ.ศ. 2376 พระยามหาอำมาตย์(ป้อม อมาตยกุล) เป็นแม่ทัพตั้งอยู่ ณ เมืองนครพนมอีกครั้งหนึ่ง ได้ไปกวาดต้อนผู้คนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง อันมีกลุ่มของชาติพันธุ์ต่าง ๆ เช่น ผู้ไท , ข่า , โซ่ , กะเลิง , แสก , ญ้อ และโย้ย ให้มาตั้งถิ่นฐานทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง เพื่อมิให้เป็นกำลังแก่เจ้าอนุวงศ์ และญวน และได้เกลี้ยกล่อมชาวเมืองหลวงปุเลง ซึ่งเป็นไทญ้อให้กลับมาด้วย โดยมีถิ่นฐานที่บ้านท่าอุเทนริมฝั่งขวาแม่น้ำโขงเป็นที่ตั้งเมืองใหม่ ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 มีพระราชโองการโปรดเกล้าให้แต่งตั้งให้ท้าวปทุม เจ้าเมืองปุเลงเป็นพระศรีวรราช เจ้าเมืองท่าอุเทนคนแรก ต้นตระกูลกิติศรีวรพันธุ์

พ.ศ. 2409 พระศรีวรราช (ท้าวปทุม) ถึงแก่กรรมลง พ.ศ. 2411 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งให้พระจำเริญพลรบ (เจ้าดวงจันทร์) เป็นพระศรีวรราชคนต่อไปอยู่ได้อีก 1 ปี จึงกราบถวายบังคมทูลลาออกจากราชการ เนื่องจากมีความผิดหลายเรื่อง

พ.ศ. 2413 ในรัชกาลที่ 5 ได้โปรดแต่งตั้งให้ราชบุตร (พรหมา) เป้นพระศรีวรราช เจ้าเมืองท่าอุเทนอยู่ได้ 4 ปี ก็ถึงแก่กรรม

พ.ศ. 2442 กระทรวงมหาดไทย ประกาศใช้ข้อบังคับลักษณะการปกครองหังเมืองให้ยุบเลิกตำแหน่งเจ้าเมืองอุปฮาด ราชวงศ์ ราชบุตร และกรมการเมืองแบบเก่า ให้เป็น ผู้ว่าราชการเมือง ปลัดเมืองศาลเมืองแทน

พ.ศ. 2450 ยุบเมืองท่าอุเทนเป็นอำเภอท่าอุเทน ขึ้นกับนครพนมและแต่งตั้งให้ขุนศุภกิจ- จำนงค์ (จันทิมา พลเดชา) ข้าหลวงประจำเมือง เป็นนายอำเภอคนแรก

275 total views, 1 views today